ประวัติการแข่งขันกีฬาซีเกมส์
(THE SEA GAMES)
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ (THE SEA GAMES) หรือการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์
(The South - East Asia Games) ในปัจจุบันั้น ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาจากการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศภาคพื้น(The South - East Asia Games) ในปัจจุบันั้น ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาจากการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศภาคพื้นแหลมทอง (The South - East Asia Peninsular Games) หรือที่เรียกชื่อย่อในภาษาไทยว่า "กีฬาแหลมทอง"
และเรียกชื่อย่อในภาษาอังกฤษว่า "SEAP GAMES"และเรียกชื่อย่อในภาษาอังกฤษว่า "SEAP GAMES" โดยมีประวัติการพัฒนาการทางการแข่งขันดังนี้ โดยที่ปรากฏว่า เมื่อหลาย ปีผ่านมาแล้ว การแข่งขันกีฬาต่างๆ ระหว่างประเทศเพื่อบ้านใกล้เคียง เช่น ฟุตบอล รักบี้
แบดมินตัน เทนนิส มวย ฯลฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยองค์การกีฬาต่างประเทศเป็นฝ่ายเสนอเข้ามาแข่งขันในกรุงเทพฯ หรือไม่ก็เชิญ
ให้ประเทศไทยออกไปแข่งขันยังนครหลวงประเทศของเขา ซึ่งเจตนารมย์นี้เราก็ได้ตอบสนองและรับการเชิญทุกครั้งเท่าที่โอกาส
อำนวยให้ได้ เหตุนั้นความสัมพันธ์ระหว่างระหว่างประเทศตามวิถีทางการกีฬาจึงได้กระชับเกลียวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแบดมินตัน เทนนิส มวย ฯลฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยองค์การกีฬาต่างประเทศเป็นฝ่ายเสนอเข้ามาแข่งขันในกรุงเทพฯ หรือไม่ก็เชิญให้ประเทศไทยออกไปแข่งขันยังนครหลวงประเทศของเขา ซึ่งเจตนารมย์นี้เราก็ได้ตอบสนองและรับการเชิญทุกครั้งเท่าที่โอกาสอำนวยให้ได้ เหตุนั้นความสัมพันธ์ระหว่างระหว่างประเทศตามวิถีทางการกีฬาจึงได้กระชับเกลียวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อต้นปี พ.ศ. 2501 ได้มีการปรารถกันจากที่หลายแห่งว่า บรรดาประเทศต่างๆ ในภาคพื้นแหลมทองหรือที่เรียกตาม
ภูมิศาสตร์ว่า "เอเซียอาคเนย์" ซึ่งได้แก่ประเทศไทย พม่า กัมพูชา มาลายา ลาว และเวียดนาม ควรจะได้มีการชุมนุมแข่งขันกีฬา
่ต่างๆ ตามนัยของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคบ้าง เพราะจากผลของการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคที่แล้วมา
ประเทศในภาคพื้นแหลมทองโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย นักกีฬายังมีสมรรถภาพและประสิทธิภาพด้อยกว่าประเทศอื่นอยู่
ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วเป็นประการแรก ประการที่สองประเทศต่างๆ ในภาคพื้นแหลมทองนี้มีความเป็นอยู่ละม้ายคล้ายคลึงกัน อากาศ
หนาวร้อนสม่ำเสมอกัน รูปพรรณสัณฐานไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน และก็จะจัดให้มีการแข่งขันในฤดูกาลอันควรให้ได้จังหวะก่อนการแข่งขัน
เอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคด้วยแล้ว ก็จะเป็นการตระเตรียมที่มีคุณค่าแก่การแข่งขันครั้งใหญ่ดังกล่าวนั้นไปในตัวเลยทีเดียว ประการ
สุดท้ายจุดประสงค์สำคัญของการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศนี้ก็คือภูมิศาสตร์ว่า "เอเซียอาคเนย์" ซึ่งได้แก่ประเทศไทย พม่า กัมพูชา มาลายา ลาว และเวียดนาม ควรจะได้มีการชุมนุมแข่งขันกีฬา่ต่างๆ ตามนัยของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคบ้าง เพราะจากผลของการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคที่แล้วมาประเทศในภาคพื้นแหลมทองโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย นักกีฬายังมีสมรรถภาพและประสิทธิภาพด้อยกว่าประเทศอื่นอยู่ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วเป็นประการแรก ประการที่สองประเทศต่างๆ ในภาคพื้นแหลมทองนี้มีความเป็นอยู่ละม้ายคล้ายคลึงกัน อากาศหนาวร้อนสม่ำเสมอกัน รูปพรรณสัณฐานไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน และก็จะจัดให้มีการแข่งขันในฤดูกาลอันควรให้ได้จังหวะก่อนการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคด้วยแล้ว ก็จะเป็นการตระเตรียมที่มีคุณค่าแก่การแข่งขันครั้งใหญ่ดังกล่าวนั้นไปในตัวเลยทีเดียว ประการสุดท้ายจุดประสงค์สำคัญของการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศนี้ก็คือ 1. เพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 6 ให้มีความกระชับสนิทสนมยิ่งขึ้น เพราะการกีฬาเป็น
สื่อสัมพันธไมตรีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง
2. เพื่อจะได้ปรับปรุงกิจการกีฬา และเพาะนักกีฬาของเราให้ดียิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการประลองฝีมือกันแล้ว
ยังเป็นการกระตุ้นให้นักกีฬาตื่นตัวยิ่งขึ้น และมีโอกาสได้ตระเตรียมตัวเพื่อการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคคราวต่อไปด้วย
ประเทศไทยเป็นประเทศภาคีสมาชิก หากไม่จัดส่งทีมไปแข่งขันเลยก็จะเป็นการขาดหายไปซึ่งเป็นสิ่งมิบังควร
ด้วยมูลเหตุดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้มีการประชุมปรึกษา
หารือกันเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2501 และลงมติให้พิจารณาวางโครงการ ได้ประชุมปรึกษาหารือกันหลายวาระ
ในที่สุดได้ตกลงที่จะให้มีการแข่งขันครั้งแรกขึ้น ให้ชื่อการแข่งขันในภาษาอังกฤษว่า "SOUTH EAST ASIA
PENINSULAR GAMES" และเรียกชื่อภาษาไทยว่า "การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศภาคพื้นแหลมทอง" ซึ่งย่อเป็นภาษา
อังกฤษว่า "SEAP GAMES" และย่อเป็นภาษาไทยว่า "กีฬาแหลมทอง" ประเทศที่จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งที่ 1 ควรจะ
เป็นประเทศไทย พม่า มาลายา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา รวม 6 ประเทศ ซึ่งอยู่บนภาคพื้นแหลมทอง (PENINSULAR)
แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (SOUTH EAST ASIA) ตามภูมิศาสตร์อย่างถูกต้องสื่อสัมพันธไมตรีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง 2. เพื่อจะได้ปรับปรุงกิจการกีฬา และเพาะนักกีฬาของเราให้ดียิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการประลองฝีมือกันแล้วยังเป็นการกระตุ้นให้นักกีฬาตื่นตัวยิ่งขึ้น และมีโอกาสได้ตระเตรียมตัวเพื่อการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคคราวต่อไปด้วยประเทศไทยเป็นประเทศภาคีสมาชิก หากไม่จัดส่งทีมไปแข่งขันเลยก็จะเป็นการขาดหายไปซึ่งเป็นสิ่งมิบังควร ด้วยมูลเหตุดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2501 และลงมติให้พิจารณาวางโครงการ ได้ประชุมปรึกษาหารือกันหลายวาระในที่สุดได้ตกลงที่จะให้มีการแข่งขันครั้งแรกขึ้น ให้ชื่อการแข่งขันในภาษาอังกฤษว่า "SOUTH EAST ASIA PENINSULAR GAMES" และเรียกชื่อภาษาไทยว่า "การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศภาคพื้นแหลมทอง" ซึ่งย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "SEAP GAMES" และย่อเป็นภาษาไทยว่า "กีฬาแหลมทอง" ประเทศที่จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งที่ 1 ควรจะเป็นประเทศไทย พม่า มาลายา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา รวม 6 ประเทศ ซึ่งอยู่บนภาคพื้นแหลมทอง (PENINSULAR)แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (SOUTH EAST ASIA) ตามภูมิศาสตร์อย่างถูกต้อง
เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้ปรึกษาหารือกันอีกวาระหนึ่ง ก็ได้นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อ รับความเห็นชอบ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยอนุมัติให้ดำเนินการได้ ดังนั้นคณะกรรมการโอลิมปิคแห่ง ประเทศไทย ได้ประชุมและแต่งตั้งให้หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ รองประธานกรรมการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากทางการเป็นหัวหน้า คณะผู้แทนไทยไปร่วมงานฉลองและแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 3 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2501 เข้าร่วมประชุมหารือกับบรรดาหัวหน้าคณะผู้แทนของประเทศพม่า มลายา และลาว ส่วนเขมรและเวียดนามได้เจรจากันในระยะ ต่อมา ทุกประเทศที่เข้าร่วมประชุมต่างเห็นพ้องด้วยกับการดำริเริ่มของประเทศไทย และได้ลงมติรับหลักการว่าจะมีการแข่งขันกัน ในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2502 เป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ และจะได้ตั้งองค์การกีฬาระหว่างประเทศภาคพื้นแหลมทองขึ้น โดยมี ธรรมนูญการแข่งขันหรือข้อบังคับสหพันธ์การกีฬาระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมการแข่งขันให้ดำเนินไปอย่างมีเกียรติและเสมอภาค นอกจากนั้นยังได้พิจารณาตกลงในหลักการต่างๆ อีกรวม 13 ข้อ
|
| เมื่อหัวหน้าคณะผู้แทนไทยกลับมาถึงประเทศไทยแล้วก็ได้นำ รายละเอียดข้อตกลงต่างๆ ในการประชุมครั้งนั้นเสนอต่อประธานกรรมการ โอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้ประชุม พิจารณาแล้วเห็นว่าการจัดการ แข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งนั้นเป็นงานใหญ่เกี่ยวกับเกียรติและชื่อเสียง ของประเทศชาติ ควรจะได้มีการร่วมมือประสานงานกับทุกฝ่าย อย่างเต็มที่เพื่อให้งานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยดีที่สุดเท่าที่จะ กระทำได้ และประการสำคัญจะต้องมีงบประมาณค่าใช้จ่ายไว้ ้จำนวนหนึ่งเพือใช้จ่ายในการนี้ด้วย เหตุนี้คณะกรรมการโอลิมปิค แห่งประเทศไทย จึงได้ทำหนังสือเสนอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติแต่งตั้ง คณะกรรมการกลางจัดงาน และคณะกรรมการรับผิดชอบงานแต่ละ ประเภท ขออนุมัติเงินค่าใช้จ่ายจำนวน 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และนำข้อตกลงบางประการที่หัวหน้าคณะ ผู้แทนไทยได้ไปร่วมประชุมมาเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
|
|
|
|
ในการประชุมที่กรุงโตเกียวกับหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศต่างๆ ที่จะเข้าแข่งขันได้ตกลงในหลักการดังต่อไปนี้ 1. ชื่อของการแข่งขันนี้จะได้เรียกว่า "SOUTH EAST ASIA PENINSULAR GAMES" หรือเรียกโดยย่อว่า "SEAP GAMES" 2. จะให้มีการแข่งขันในระหว่างปีที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และเอเชี่ยนเกมส์ และสำหรับคราวแรกจะได้จัดให้มีขึ้นที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2502 ในคราวต่อๆ ไปจะได้จัดให้การแข่งขันในนครหลวงต่างๆ หมุนเวียนกันไป 3. ระเบียบข้อบังคับและกติกาในการแข่งขัน จะได้ใช้ระเบียบ ข้อบังคับและกติกาของเอเชี่ยนเกมส์โดยใกล้เคียงที่สุด |
|
|
| 7. ทุกประเทศที่เข้าแข่งขันจะต้องเสียค่าเดินทางจากประเทศ ของตนมากรุงเทพฯ เอง 8.ค่าอาหาร ค่าห้องพัก และค่ายานพาหนะจากที่พักไปยัง สนามกีฬา คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้จัดให้ โดยคิดราคาประมาณ 4 เหรียญอเมริกันต่อหนึ่งวัน 9. จะได้จัดให้มีพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน 10. ได้กำหนดการแข่งขันไว้รวม 5 วัน แต่นักกีฬาจะมาฝึกซ้อมใน ประเทศไทยก่อนก็ได้ไม่เกินอีก 5 วัน 11. ได้ตกลงออกแบบธงของ "SEAP GAMES" 12. แต่ละประเทศจะได้นำคบเพลิงของตนเข้ามา และในพิธีเปิดการ แข่งขันผู้แทนแต่ละประเทศทั้ง 6 จะได้วิ่งนำคบเพลิงเข้ามาในสนามแข่งขัน ไปจุดในกระถางคบเพลิง 13.อาจจัดให้มีการแข่งขันกีฬาพื้นเมืองคือ "ตะกร้อ" เป็นเกมส์ ประกวดขึ้นเป็นพิเศษอีกเกมส์หนึ่ง |
ต่อมาเมื่อคณะนักกีฬาไทยได้เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้มีการ ประชุมกันหลายครั้ง เพื่อที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป เช่น เรื่องจัดหาที่พักให้นักกีฬา เรื่องอาหารและเรื่องระเบียบการต่างๆ ซึ่งทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องใหญ่แทบทั้งสิ้น คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเข้าใจว่าจะมีนักกีฬาเข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้นประมาณ 500 ถึง 600 คน ฉะนั้นการเตรียมงานทั้งในเรื่องที่พัก อาหาร ยานพาหนะ ก็เป็นเรื่องใหญ่อยู่แล้ว ยังมีงานใหญ่อื่นๆ อีกอาทิเช่น พิธีเปิดและปิดการแข่งขัน เรื่องการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท เรื่องสถานที่ฝึกซ้อม เรื่องสถานที่แข่งขัน เรื่องเจ้าหน้าที่ เรื่อง ผู้ตัดสิน ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้นเป็นเรื่องที่จะต้องใช้ดุลยพินิจพิจารณาด้วยความละเอียดถี่ถ้วนรอบคอบอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องพิธีเปิด การแข่งขันก็มีเรื่องที่จะต้องตกลงและดำเนินการให้งานดำเนินไปโดยสมเกียรติที่สุด ดังเช่นงานโอลิมปิคเกมส์หรือเอเชี่ยนเกมส์ ในพิธีนี้คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้พิจารณาเห็นเป็นการสมควร ที่จะนำความกราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดการแข่งขัน ซึ่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมทั้ง 6 ประเทศ ก็จะได้เดินขบวนรอบสนามถวายความเคารพ ดังเช่นงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเกมส์หรือเอเชี่ยนเกมส์
(พงษ์ศักดิ์ พละพงศ์. ประวัติ ปรัชญาและหลักการพลศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2527.) |
|
|
|
| การแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งแรก (ปี พ.ศ. 2502 ประเทศไทยเป็น เจ้าภาพ มีประเทศเข้าร่วมแข่งขัน 5 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกว่า 500 คน ประเทศกัมพูชาไม่ได้เข้าแข่งขันใน ครั้งแรกนี้เพราะเกิดกรณีพิพาทด้านการเมืองกับประเทศไทย |
ในการแข่งขันครั้งที่ 2 (ปี พ.ศ.2504) ประเทศพม่าเป็นเจ้าภาพ มีประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน 7 ประเทศ คือ พม่า ลาว เวียดนามใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และไทย ในการแข่งขันครั้งนี้ได้มีการนำกีฬาตะกร้อ ชื่อ "เซปักตะกร้อ" มาเป็น กีฬาสาธิตระหว่างไทยกับพม่า ซึ่งต่อมาก็ได้มีการแข่งขันเซปักตะกร้อใน กีฬาแหลมทองตลอดมา |  |
|
| ในการแข่งขันครั้งที่ 3 (ปี 2508) มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ครั้งที่ 4 (ปี 2510) ไทยรับเป็นเจ้าภาพแทนกัมพูชา (ไม่ยอมจัด) ครั้งที่ 5 (ปี 2512) พม่ารับเป็นเจ้าภาพจัดอีกระยะหนึ่ง การแข่งขันกีฬา แหลมทองครั้งที่ 6 (ปี 2514) มาเลเซียเป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ 7 (ปี 2516) ประเทศ สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน นับได้ว่าเป็นการจัดที่ดียิ่งครั้งหนึ่งของ กีฬาแหลมทอง ไทยรับเป็นเจ้าภาพกีฬาแหลมทองครั้งที่ 8 (ปี 2518) ซึ่งเป็น การจัดครั้งที่ 3 ของไทย |
ในช่วงนี้เป็นระยะสำคัญเพราะว่าประเทศในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขนานใหญ่ ฉะนั้น การแข่งขันครั้งที่ 8 นี้ ปีประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพียง 4 ประเทศ คือ พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย |
|